ขั้นตอนในการปฎิบัตินมาซ

เป็นมุสตะฮับก่อนปฏิบัตินมาซให้ทำการอะซาน และอ่านอิกอมะฮฺก่อนแม้ว่าทั้งสองจะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของนมาซก็ตาม แต่เป็นซุนนะฮฺที่ได้รับการกล่าวเน้นเอาไว้

๑. ตักบีรฺรอตุ้ลอิหฺรอม

หลังจากเนียตเสร็จแล้วเป็นวาญิบ ต้องกล่าวตักบีรฺหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นมุสตะฮับขณะที่กล่าวตักบีรฺ ร่างกายต้องนิ่ง จิตใจต้องสำรวมอยู่ ณ อัลลอฮฺ (ซบ.) และให้ยกมือทั้งสองขึ้นเสมอกับติ่งหูพร้อมทั้งกล่าวว่า الله اكبر อัลลอฮุอักบัรฺ

เนื้อความของนมาซประกอบด้วย อัลลอฮุอักบัรฺพระผู้เป็นเจ้าทรงยิ่งใหญ่เหนือมวลสรรพสิ่งทั้งหลายสุดที่มนุษย์จะจินตนาการได้ พระองค์ทรงยิ่งใหญ่เหนือสิ่งที่เรากำลังพูดถึง สิ่งที่เราต้องการและสิ่งที่เรารู้จักทั้งมวลทรงยิ่งใหญ่เหนือความคิดและการจินตนาการของเราทรงยิ่งใหญ่เหนือทุกสรรพสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบกับพระองค์

นมาซเริ่มต้นที่ตักบีรอตุ้ลอิหฺรอมหมายถึง การกล่าวว่า الله اكبر (อัลลอฮุอักบัรฺ)กล่าวคือเมื่อทำการตักบีรฺแล้วเท่ากับเป็นการเริ่มเข้าสู่การนมาซ และต้องละเว้นข้อต้องห้ามต่าง (ฮะร่าม)ของนมาซ หมายถึงต้องขจัดทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากใจคงไว้ซึ่งอัลลอฮฺ (ซบ.)แต่เพียงผู้เดียว นอกจากพระองค์แล้วเราไม่รู้จักความยิ่งใหญ่ของใครและสิ่งใดอีก และภารกิจต่างๆที่เป็นเหตุทำให้นมาซเสียถือว่าเป็นฮะร่าม (ต้องห้าม)สำหรับตนในเวลานั้น

การสำรวมจิตไปยังความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้าได้ถูกถ่ายทอดมาทางปากด้วยการกล่าวว่า “อัลลอฮุอักบัรฺ” เป็นการบ่งบอกถึงความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของจิตใจและปาก

อัลลอฮุอักบัรฺหมายถึงอัลลอฮฺทรงมหาใหญ่เหนือมวลสรรพสิ่งทั้งหลายพระองค์คือที่มาของความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจต่างๆ การมอบหมายไปยังพระองค์ทำให้เราไม่หวั่นไหวต่ออำนาจอื่นใด การพึ่งพาพระองค์แต่เพียงผู้เดียว ทำให้เราไม่ยื่นมือไปยังผู้ช่วยเหลือจอมปลอมคนใด

๒.การกิยาม (ยืนตรง) และการอ่าน

หลังจากทำตักบีรฺรอตุ้ลอิหฺรอมแล้ว ถือว่าได้เริ่มเข้าสู่การนมาซ ฉะนั้นการกระทำอย่างอื่นที่นอกเหนือจากการระลึกถึงพระองค์อัลลอฮฺ (ซบ.) ถือว่าไม่อนุญาตขณะยืนตรงให้อ่านซูเราะฮฺฮัม

بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ
الْحَمْدُ ِللهِ رَبِّ الْعَالَمِيْنَ، الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ، مَالِكِ يَوْمِ الدِّيْنِ، إيَّاكَ نَعْبُدُ وَ إيَّاكَ نَسْتَعِيْنُ، اهْدِنَا الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيْمَ، صِرَاطَ الَّذِيْنَ أَنْعَمْتَ عَلَيْهِمْ غَيْرِ الْمَغْضُوْبِ عَلَيْهِمْ وَلاَ الضَّالِّيْنَ

หลังจากอ่านซูเราะฮฺฮัมจบจะเลือกอ่านซูเราะฮฺใดต่อก็ได้ถือว่าอนุญาต (ยกเว้นซูเราะฮฺสัจญะดะฮฺ วาญิบ) เพียงแต่ว่าซูเราะฮฺเตาฮีดนั้นมีความประเสริฐมากกว่าซูเราะฮฺอื่นและเป็นการดีสำหรับอิมามญะมาอัต (ผู้นำนมาซ) ให้เลือกซูเราะฮฺนี้เพราะสั้นและไม่เป็นการสร้างความหนักใจให้กับผู้ปฏิบัติตาม

بسم الله الرحمن الرحيم
قل هوالله أحد ،الله الصمد، لم يلد و لم يولد ، و لم يكن له كفوا أحد

๓. รุกูอฺ

หลังจากอ่านซูเราะฮฺจบต้องก้มลงทำรุกูอฺ โดยเนียตว่าเป็นการสรรเสริญในความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เป็นการแสดงความเป็นบ่าวที่สำนึกในความเมตตากรุณา แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อการบริบาล และแสดงความเคารพภักดีต่อบัญชาของพระองค์ ซึ่งวิธีการทำรุกูอฺให้ก้มโค้งพอแค่ฝ่ามือทั้งสองถึงหัวเข่า ลำคอเยียดตรงซึ่งเป็นการบ่งบอกว่า ข้าพระองค์พร้อมเสมอที่จะเสียสละศีรษะเพื่อแนวทางของพระองค์ สายตามองระหว่างเท้าทั้งสอง

รุกูอฺ เป็นการสรรเสริญ ส่วนการสุญูดนั้นเป็นการแสดงความใกล้ชิดต่อพระองค์ ดังนั้น ผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อพระองค์ต้องไม่แสดงมารยาทที่หยาบคาย

ท่านอิมามศอดิก (อ.)กล่าวว่า “การรุกูอฺเปรียบเสมือนมารยาทที่ดีงาม ส่วนการสุญูด (กราบ) คือการแสดงความใกล้ชิด ฉะนั้น ผู้ที่มีมารยาทไม่ดีเขาจะใกล้ชิดอัลลอฮฺได้อย่างไร” (บิฮารุ้ลอันวาร เล่มที่ ๘๒ หน้าที่ ๑๐๘)

รุกูอฺ (การโค้ง) เป็นหนึ่งในรุกน์ของนมาซ หมายถึงถ้าลืม หรือทำมากเกินหนึ่งครั้ง ถือว่านมาซบาฏิล (เสีย) ขณะที่รุกูอฺ เมื่อร่างกายนิ่งแล้วให้อ่านว่า (สุบฮานั้ลลอฮฺ) ๑ ครั้ง

سبحان الله سُبْحَانَ رَبِّيَ الْعَظِيْمِ وَبِحَمْدِه أَللَّهُمَّ صَلِّ عَلىَ مُحَمَّدٍ وَ آلِ مُحَمَّدٍ

(สุบฮานะร็อบบิยั้ลอะซีมมิ วะบิหัมดิฮี อัลลอฮุมมะศ็อลลิอะลามุฮัมมัดวะอาลิมุฮัมมัด)

เมื่อเงยขึ้นจากรุกูอฺให้อ่านว่า

سَمِعَ اللهُ لِمَنْ حَمِدَهُ

(สะมิอัลลอฮุ ลิมันหะมิดะฮฺ)

๔. สัจดะฮฺ (หลังจากนั้นให้ลงทำสัจดะฮฺ)

สัจดะฮฺ เป็นรุกุนของนมาซเช่นเดียวกันกับรุกูอฺ สัจดะฮฺ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความต่ำต้อยน้อยค่าของบ่าว ที่แสดงต่อองค์พระผู้อภิบาลผู้ทรงสร้างที่ยิ่งใหญ่ การสัจดะฮฺให้กับสิ่งอื่นที่นอกเหนือไปจากอัลลอฮฺ (ซบ.)ถือว่าไม่อนุญาต นอกจากบ่าวผู้นั้นได้รับบัญชาจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ดังเช่นที่ท่านศาสดายูสุฟ (ซบ.)ได้รับ

ขณะที่สัจดะฮฺให้อ่าน ๑ ครั้งว่า

سبحان الله سُبْحًانَ رَبِّيَ اْلأعْلَى وَبِحَمْدِه أَللَّهُمَّ صَلِّ عَلىَ مُحَمَّدٍ وَ آلِ مُحَمَّدٍ

(สุบฮานั้ลลอฮฺ สุบฮานะร็อบบิยั้ลอะอฺลาวะบิหัมดิฮี อัลลอฮุมมะ ศ็อลลิอะลามุฮัมมัด วะอาลิมุฮัมมัด)

เมื่อเงยขึ้นจากสัจดะฮฺให้อ่าน ๑ ครั้งว่า

أَسْتَغْفِرُ اللهَ رَبِّيْ وَ أتُوْبُ إلَيْهِ

(อัสตัฆฺฟิรุ้ลลอฮะ ร็อบบี วะอะตูบุอิลัยฮิ)

หลังจากนั้นให้ลงสัจดะฮฺครั้งที่ ๒ โดยอ่านเหมือนเดิม

เมื่อเงยขึ้นจากสัจดะฮฺครั้งที่ ๒ ให้นั่ง หลังจากนั้นให้ลุกขึ้นยืนเพื่อทำระกะอัตต่อไป

ขณะที่ลุกขึ้นให้อ่านว่า

بِحَوْلِ اللهِ وَ قُوَّتِهِ أَقُوْمُ وَ أَقْعُدُ

(บิเหาลิ้ลลาฮิ วะกูวะติฮี อะกูมุวะอักอุด)

ส่วนระกะอัตที่สองให้ทำเหมือนกับระกะอัตแรกทุกประการ เริ่มจากการยืนและอ่าน

เพียงแต่ว่าทุกๆระกะอัตที่ ๒ ก่อนที่จะลงรุกูอฺให้ทำการกุนูตก่อน

๕.การกุนูต(ดุอาอฺระหว่างนมาซ)

กุนูตหมายถึง การปฏิบัติตาม การภักดี ดุอาอฺ การมีจิตสำรวม ณ อัลลอฮฺ และความยำเกรงในขณะปฏิบัตินมาซซึ่งถือว่าเป็นมุสตะฮับ ขณะปฏิบัติมนมาซให้ยกมือทั้งสองเสมอกับใบหน้าและอ่านดุอาอฺ (แม้ว่าจะมีนักปราชญ์บางท่านกล่าวว่าเป็นวาญิบ)

ริวายะฮฺได้กล่าวเน้นไว้ว่าให้ทำกุนูต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนมาซญุมอะฮฺ นมาซซุบฮฺ และนมาซมัฆริบ กุนูตนั้นไม่จำเป็นต้องอ่านดุอาอฺที่เฉพาะเจาะจงต้นใดต้นหนึ่ง

ท่านอิมามศอดิก (อ.)กล่าวว่า“ดุอาอฺอะไรก็ได้ที่อ่านในตอนนั้นถือว่าดีทั้งสิ้นเพียงแต่ว่าดุอาอฺบางต้นได้ถูกแนะนำไว้เป็นพิเศษเท่านั้นเอง” เช่นกล่าวว่า

ربنا ا تنا فى الدنياحسنة وفي الآخرة الحسنة وقناعذاب النار أَللَّهُمَّ صَلِّ عَلىَ مُحَمَّدٍ وَ آلِ مُحَمَّد

ร็อบบะนา อาตินา ฟิดดุนยาหะสะนะตัน วะฟิ้ลอาคิร่อติหะสะนะตัน วะกินาอะซาบันนารฺ

อัลลอฮุมมะศ็อลลิอะลามุฮัมมัดวะอาลิมุฮัมมัด

หลังจากนั้นจึงลงรุกูอฺ โดยอ่านเหมือนเดิม

เมื่อเงยขึ้นจากรุกูอฺ (อ่านเหมื่อนเดิม)

ให้ลงสัจดะฮฺครั้งที่ ๑

เงยขึ้นจากสัจดะฮฺครั้งที่ ๑

สัจดะฮฺครั้งที่ ๒

เงยขึ้นจากสัจดะฮฺครั้งที่ ๒

๖. การตะชะฮุด

ขณะตะชะฮุดให้อ่านดังนี้ว่า

أَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيْكََ لَهُ وَ أَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَ رَسُوْلُهُ، أَللَّهُمَّ صَلِّ عَلىَ مُحَمَّدٍ وَ آلِ مُحَمَّدٍ

อัชฮะดุอันลาอิลาฮะ อิ้ลลั้ลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮู วะอัชฮะดุอันนะมุฮัมมะดัน อับดุฮู วะร่อซูลุฮูอัลลอฮุมมะศ็อลลิ อะลามุฮัมมัด วะอาลิมุฮัมมัด

ตะชะฮฺฮุด เป็นหนึ่งในวาญิบของนมาซซึ่งหลังจากระกะอัตที่สองและระกะอัตสุดท้ายของทุกๆนมาซ ต้องนั่งและอ่านตะชะฮฺฮุด ซึ่งกอปรด้วยการกล่าวยืนยันในความเป็นเอกะของพระผู้เป็นเจ้า การเป็นศาสดาของท่านมุฮัมมัดและกล่าวสรรเสริญท่านศาสดาและลูกหลาน (เศาะละวาต)

ท่านั่งขณะอ่านตะชะฮฺฮุด ให้นั่งพับเข่าทั้งสองโดยให้หลังเท้าข้างขวาวางอยู่บนฝ่าเท้าข้างซ้าย และเป็นการดีให้นั่งทิ้งน้ำหนักตัวไว้ทางข้างซ้าย

ตะชะฮฺฮุด คือสัญลักษณ์ของอิสลาม ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วในอะซานเป็นการยืนยันความเป็นเอกะของพระผู้เป็นเจ้า การเป็นศาสดาของท่านมุฮัมมัด ซึ่งทั้งสองคำปฏิญาณจะมาพร้อมกันเป็นการยืนยันว่า นุบูวัตและการเป็นผู้นำนั้นอยู่คู่กับความเป็นเอกะและการเคารพภักดี

การปฏิญาณยืนยันต่อการเป็นศาสฑูต และการเป็นบ่าวของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) นอกจากจะเป็นการยกย่องตำแหน่งที่สูงส่ง ซึ่งอัลลอฮฺ (ซบ.)ได้ให้เกียรติโดยให้ปฏิญาณไว้ข้างเคียงกับเตาฮีด แล้วยังเป็นการให้คำมั่นสัญญาต่อการยึดมั่นในแนวทางของท่านตลอดไป

อีกประโยคหนึ่งที่กล่าวในตะชะฮฺฮุดคือ เศาะละวาต การเศาะละวาตเป็นการสรรเสริญให้กับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และลูกหลานผู้บริสุทธิ์ (อ.)เป็นสัญลักษณ์ของอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาชีอะฮฺ ผู้ซึ่งปฏิบัติตามแนวทางของ อะฮฺลุลบัยตฺ (อ.)ภายหลังจากท่านศาสดา (ศ็อลฯ)ดังนั้น นมาซใดก็ตามที่ปราศจากการเศาะละวาต ถือว่าไม่สมบูรณ์

อิมามชาฟิอีย์ ได้กล่าวยกย่องเกียรติคุณของอะฮฺลุลบัยตฺว่า

“โอ้ครอบครัวของท่านศาสดา (อะฮฺลุลบัยตฺ)เป็นฟัรฎู (ข้อบังคับ)เหนือพวกเราที่ต้องรักพวกท่าน”อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงกำหนดฟัรฎูข้อนี้ไว้ในอัล-กุรอานมันเหมาะสมแล้ว ต่อเกียรติยศอันสูงส่งของท่านที่ว่า “ใครก็ตามไม่สรรเสริญพวกท่านเท่ากับเขาไม่ได้ทำนมาซ”

๗.การกล่าวสลาม

กรณีที่นมาซมี ๒ ระกะอัตเช่น นมาซศุบฮฺ หลังจากอ่านตะชุฮุดจบให้กล่าวสลามทันทีดังนี้ว่า

اَلسَّلاَمُ عَلَيْكَ أَيُّهَا النَّبِيُّ وَ رَحْمَةُ اللهِ وَ بَرَكَاتُهُ،

อัสลามุอะลัยกะ อัยยุฮันนบียุวะเราะหฺมะตุ้ลลอฮิ วะบะเราะกาตุ

اَلسَّلاَمُ عَلَيْنَا وَ عَلىَ عِبَادِ اللهِ الصَّالِحِيْنَ،

 อัสลามมุอะลัยนา วะอะลา อิบาดิ้ลลาฮิศศอลิฮีน

اَلسَّلاَمُ عَلَيْكُمْ وَ رَحْمَةُ اللهِ وَ بَرَكَاتُه

อัสลามมุอะลัยกุมวะเราะฮฺมะตุ้ลลอฮิ วะบะร่อกาตุฮู

สลามครั้งแรกเป็นการให้กับท่านศาสดา สลามครั้งที่สองให้กับเราและปวงบ่าวที่เป็นกัลยาณชนทั้งหลาย สลามครั้งที่สามให้กับมวลมะลาอิกะฮฺ และหมู่มวลมิตรของพระองค์

สลามหมายถึง ความสันติความปรารถนาในความสมบูรณ์แข็งแรง คุณความดี ความจำเริญ ความสงบมั่นคงและความปลอดภัย และสลามยังเป็นหนึ่งในพระนามของพระผู้เป็นเจ้า “สลามุ้ลมุอฺมิน” (ซูเราะฮฺอันหิจร์ : ๓๒)

สลามที่ให้แก่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ)ในนมาซเป็นสลามที่ประกอบด้วย ความเมตตาและความจำเริญที่มาจากอัลลอฮฺ (ซบ.)

หมายเหตุ แต่ถ้านมาซนั้นมี ๓ หรือ ๔ ระกะอัต เมื่ออ่านตะชะฮุดจบแล้ว ให้ลุกขึ้นยืนทันที่เพื่อทำนมาซระกะอัตที่เหลือ ซึ่งสองระกะอัตที่เหลือให้อ่าน ตัสบีฮารฺอัรฺบะอะฮฺ แทนการอ่านซูเราะฮฺฟาติหะฮฺ ๓ ครั้งดังนี้ว่า

سُبْحَانَ اللهِ وَ الْحَمْدُ ِللهِ وَ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَ اللهُ أَكْبَرُ

สุบฮานั้ลลอฮิ วั้ลหัมดุลิ้ลลาฮิ วะลาอิลาฮะอิ้ลลั้ลลอฮุ วั้ลลอฮุอักบัรฺ